แปลความจาก Can you change everything? http://sethgodin.typepad.com/seths_blog/2009/05/can-you-change-everything.html

บางที งานและบริษัท ของคุณ อาจจะยึดติดกับ 'ความเคยชิน' เดิมๆ ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่า 'ความเคยชิน' นั้นเป็นจะสมบรูณ์แบบ ยังไงมันก็ต้องมีทั้งทางที่สมบรูณ์น้อยกว่า และหนทางที่อาจจะดีกว่าของเดิมๆ

หัวข้อเหล่านี้ เป็นสิ่งที่จะทำให้ชีวิตของคุณเปลี่ยนไป...

  1. ซื้อกิจการคู่แข่ง
  2. ขายกิจการให้คู่แข่ง
  3. แจกงานที่ดีที่สุดของคุณ Online
  4. ปิดหน้าร้านที่แย่ที่สุดของคุณ
  5. ลงทุนเปิดหน้าร้านในแหล่งชุมชน
  6. ซื้อตัว Sale ที่ดีที่สุดจากคู่แข่ง
  7. เข้าร่วมการแข่งขัน
  8. จัดงานสัมมนาให้กับคู่แข่ง
  9. เชื่อมความสัมพันธ์ของลูกค้าประจำ และสร้าง tribe
  10. ช่างหัว 80% ของลูกค้าที่เป็นยอดขาย 20%
  11. เริ่มเขียน blog
  12. เริ่มธุรกิจ digital bootstrap ในเวลาว่าง
  13. ระหว่างหางานทำ ใช้เวลา 40 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ เพื่อทำงานอาสาสมัคร
  14. ออกทัวร์แวะเยี่ยมลูกค้าคนสำคัญ
  15. นั่งตอบคำถามลูกค้าทั้งวัน
  16. เรียนรู้เพื่อที่จะเป็น killer presenter
  17. ให้พนักงานที่อายุน้อยสุดบริหารงานซักวันนึง
  18. ลบเวปเก่าทิ้งไป แล้วเริ่มจากง่ายที่สุด
  19. เรียกพนักงานเก่ามาขอคำแนะนำ
  20. Move to Thailand <-- ฮะๆ = =''
  21. ฟัง Audio Book แทนเพลงในรถ
  22. ขาย Cash cow (ธุรกิจทำเงิน) ของคุณ แล้วลงทุนกับของใหม่
  23. หาสินค้าใหม่มาเสนอขายให้ลูกค้าปัจจุบัน
  24. กลายร่างเป็น "ตัวเหลือบ" แล้วตีแผ่ความจริงในธุรกิจของคุณ
  25. ออกจากงาน
  26. ย้ายไปทำงานที่เมืองอื่น (Move your operations to another city)
  27. ไปเป็น vegan
  28. จัดประชุมในห้องที่ไม่มีเก้าอี้ และ ทุกคใส่ผ้าคลุมอาบน้ำ
  29. เปิด Office 4 ชั่วโมงต่อวัน
  30. เปิด Office 24 ชั่วโมง ซักอาทิตย์นึง
  31. หา Project ที่ใกล้ถึง danger zone and cancel it, no appeals
  32. เดินเล่นหลังอาหารกลางวัน
  33. เริ่มใช้ RSS reader และอ่านข่าวเยอะๆ
  34. ใช้ชีวิต Offline ให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้
  35. เขียน thank you note 5 ฉบับ ทุกวัน
  36. เลิกส่ง Spam
  37. Do your work somewhere else. Set up your chiropractic table at the mall
  38. ให้ทุกคนย้ายที่ทำงาน
  39. มอบสมบัติที่สำคัญที่สุดของคุณให้คนแปลกหน้า
  40. ไปดูดนตรีสด ( Go see live music )
  41. เริ่มทำสนุดบันทึกประจำวันของบริษัท
  42. จ้างบริษัทมาทำสารคดีเกี่ยวบริษัทของคุณ
  43. ซื้อภาพเขียน ( Buy some art )
  44. วาดภาพ
  45. ทำงาน

พูดคำว่า 'ไม่' ซะบ้าง

posted on 26 May 2009 19:26 by lostofctrl

แปลความจาก Saying 'no' http://sethgodin.typepad.com/seths_blog/2009/05/saying-no.html

ยิ่งคุณมีความสามารถมากเท่าไหร ก็ยิ่งมีคนอยากขอความช่วยเหลือจากคุณมากเท่านั้น คนพวกนี้มักจะเข้ามาคุณอย่างดี เพื่อขอแบ่งปันความรู้ และผลประโยชน์ เท่าที่เราจะให้เขาเหล่านั้นได้

ทางเลือกของคุณ - คุณอาจจะพยายามใช้ความสามารถของคุณช่วยเหลือเหล่าคนที่ "เสียงดัง"เพื่อทำให้พวกเขามีความสุข(ชั่วคราว) ด้วยผลประโยชน์ที่ได้จากคุณ หรือคุณจะหักมุมด้วยคำพูดง่ายๆว่า 'ไม่'
 
คุณจะพูด 'ไม่' ด้วยความเฉยชา หรือ ตอบรับด้วยการปฎิเสธอย่างทันท่วงที หรืออาจจะเปบี่ยนวิธีนิดหน่อย ด้วยการเริ่มต้นด้วย 'ไม่' และนำทางให้เขาไปหาคนที่น่าจะพูดว่า 'ได้'
แต่ ถ้าหากคุณพูดคำว่า 'ได้'  เพียงเพราะคุณไม่สามารถทนกลับความเจ็บปวดระยะสั้นๆจากการปฎิเสธแล้ว มันไม่ใช่เรื่องดีกับตัวคุณและงานของคุณเลย
 
 'ไม่' กับคนที่พยายาม 'ส่งเสียงดัง' ร้องหาความช่วยเหลือแล้วนั้น เปิดทางคุณสามารถ 'ได้' รับโอกาสสำคัญได้ในอนาคต

 

 

ปล. ดอง blog มานานจัด up ซักนิดนึง ^ ^

"Solving a different problem"

posted on 12 Feb 2009 02:36 by lostofctrl  in Interest

Solving a different problem

แปลความจาก http://sethgodin.typepad.com/seths_blog/2009/02/solving-a-different-problem.html

โทรศัพท์ ทำให้ โทรเลข หมดไป..

ทำไม่คนถึงชอบ โทรเลข? เพราะว่ามันเป็นสากล ราคาถูก ไม่ต้องรอฝั่งรับ และเหลือกระดาษไว้เป็นหลักฐานช่วยจำ

แต่โทรศัพท์นั้นไม่ได้มีคุณสมบัติใดๆในสี่ข้อข้างต้นเลย ไม่สากล ถ้าคนรับไม่มีโทรศัพท์ก็ไม่สามารถส่งได้ , ราคาแพง โทรศัพท์ต้องรอให้ครบคู่ถึงคุยกันได้ และสุดท้ายคือไม่มีหลักฐานในการติดต่อกันหลงเหลือเป็นกระดาษเลย

ถ้าคนประดิษฐ์โทรศัพท์ พยายามที่จะสร้างบางอย่างที่ทำงานเหมือนกันแต่ดีกว่า โทรเลข บางทีพวกเค้าอาจจะล้มเหลว แต่โทรศัพท์ได้แก้ปัญหาที่ต่างออกไป แต่สามารถสร้างคุณประโยชน์มากกว่า และสามารถเข้ามาแทนที่ของเก่าที่มีอยู่เดิมได้

ตัวอย่างกรณีนี้มีมากมาย (YouTube vs. television, web vs. newspapers, Nike vs. sneakers)

ถึงตาคุณแล้ว